SF-Necklace [WonChul] part3 END

posted on 13 May 2011 21:10 by mukkymukky13 in SF

Title: Necklace Part 3 END

Paring : Siwon x Heechul

Author: mukkymukky13

Author Note: สามชาติกว่าแล้วมั้ง ... - - กว่าจะอัพ ขออภัยที่ทำให้รอนานมากๆ ขออภัยจริงๆค่ะ ถ้าทำให้งงก็ขออภัยจริงๆนะคะ แบบนี้แหละแต่งแบบไม่ได้วางพลอต ต่อยากจบยากมากๆค่ะ

 

ไปอ่านกันเต๊อะ!

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

หลังจากวางสายจากฮันคยอง ชีวอนรู้สึกเหนื่อยและเมื่อยล้าอย่างบอกไม่ถูกจึงรีบไปอาบน้ำแล้วเข้านอนในเวลาเจ็ดโมงกว่าๆ..

 

 

 

 

แสงสีขาวลอดผ่านดวงตาของชายหนุ่มที่กำลังหลับใหล สว่างเสียจนชีวอนอดไม่ได้ที่จะลืมตาขึ้นยกมือป้องหน้า เขาลุกขึ้นจากเตียง มองไปยังต้นทางของแสง เงาของหญิงผู้หนึ่งอยู่ตรงปลายแสงนั้น ชีวอนลุกเดินไปหาเจ้าของเงานั้นด้วยความสงสัย เมื่อถึงจุดหมายเขาก็ต้องตกใจ อึ้งค้างตะลึงงันไปชั่วครู่..

 

 

“ค...คุณ..คุณแม่ คุณแม่ของฮีชอล”

 

 

หญิงสาวผู้นั้นหันหน้ามายิ้มให้กับชีวอน ใบหน้าสวยคมและหุ่นทรงที่ยังคงอ้อนแอ้นราวสาววัยแรกแย้ม ใบหน้าปรากฏ รอยยิ้มอบอุ่นของความเป็นแม่ ในใจชีวอนรู้สึกผิดต่อหญิงตรงหน้าทันทีเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่เขากระทำลงไป หญิงผู้นั้นยกมือขึ้นแตะอกซ้ายของชายหนุ่มก่อนเอ่ยขึ้น

 

 

“ชีวอน ลูก...แม่ฝากดูแลฮีชอลด้วยนะ ขอบคุณมากๆที่ส่งสร้อยเส้นนั้นให้กับฮีชอลตามที่แม่ขอไว้”

 

“คุณแม่ คุณแม่ผมขอโทษ ผม..”

 

“ไม่เป็นไรลูก แม่ให้อภัย ต่อจากนี้ลูกต้องดูแลฮีชอลแทนแม่นะ”

 

“หมายความว่ายังไงครับคุณแม่? คุณแม่จะไปไหน”

 

“ฝากฮีชอลด้วยนะลูก ฝากฮีชอลด้วย...”

           

            “เดี๋ยวครับคุณแม่ คุณแม่!!”

 

           

            น้ำตาหญิงสาวไหลออกจากดวงตา พร้อมกับที่กองเพลิงที่ลุกไหม้ร่างของเธอ ไม่นานนักร่างหญิงผู้นั้นก็กลายเป็นกองเถ้า ปลิวหายไปกับสายลม ชีวอนช็อค อึ้ง น้ำตาไหลออกทั้งจากดวงตาสองข้าง ตัวสั่นริกด้วยความกลัวและตกใจ

 

 

 

บ่ายสามโมง...

 

            “คุณแม่..คุณแม่ฮีชอล..คุณแม่ ..คุณแม่!!!!!!!!”

 

 

 

            “ชีวอน!! ชีวอน ชีวอนนายเป็นอะไรเนี่ย ฝันร้ายเหรอ”

 

            “ฮ..ฮี..ฮีชอล แม่ แม่..”

 

            “อะไร..แม่อะไร แม่ใคร ทำไม ใจเย็นๆสิชีวอน ฝันร้ายเหรอ”

 

            “..อะ..เปล่า ไม่ได้ฝันร้าย ...คุณแม่ คุณแม่นาย”

 

            “คุณแม่ชั้น? คุณแม่ชั้นอยู่อเมริกานี่ ทำไมเหรอ”

 

            “อเมริกา...”

 

 

 

            ชีวอนรีบลุกขึ้นจากเตียงแล้ววิ่งไปโทรศัพท์ต่อสายหาคุณพ่อของเขาที่ต่างประเทศทันที

 

 

            ไม่นานนักเขาก็กลับมาด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก มือขวากำหมัดแน่นสั่นริก

 

 

           

            “ชีวอน ไปไหนมา”

 

            “ฮีชอล ฟังนะ คือคุณแม่นาย...”

 

            “คุณแม่ชั้นทำไมหรอ”

 

            “ไฟไหม้ เกิดเหตุไฟไหม้ที่บ้านพักที่แม่นายพักอยู่ เหตุเกิดตอนกลางคืนที่นั่น ไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมานี่ ทุกคนหลับไปหมดแล้ว ไม่มีใครรอด...”

 

            “ม..หมายความว่า..คุณแม่....”

 

            “ชั้นเสียใจด้วยนะฮีชอล เสียใจด้วยจริงๆ” ดวงตาทั้งสองคู่รื้นด้วยน้ำตา ดวงใจของฮีชอลแหลกสลายเมื่อทราบข่าวร้ายที่เกิดขึ้นกับแม่ของตน ชีวอนเองก็ผูกพันกับแม่ของฮีชอลไม่น้อย แม่ของฮีชอลเลี้ยงดูและดูแลเขาเปรียบเสมือนลูกแท้ๆอีกคน ทั้งๆที่เขาเป็นเพียงเพื่อนของลูก ทั้งสองกอดกันร้องไห้จนน้ำตาเหือดแห้งไม่มีให้ไหลออกมาอีก........

 

 

 

 

           

 

 

            “ชั้นจะไปโทรหาฮัน เดี๋ยวมานะ”

 

            “อืม”

 

 

 

            ฮีชอล ชั้นขอโทษนะ แต่เรื่องสร้อยนั่นชั้นคงไม่บอกนายหรอกว่าเป็นของแม่นาย...ชั้นจะยกให้นายเลยแล้วกันนะ...อย่าทำหายล่ะ

 

 

 

            “ฮัลโหล..ฮัน อยู่ไหนน่ะ”

           

            (ฮีชอลเหรอ ชั้นอยู่บ้าน คิดถึงแทบแย่ อาการป่วยเป็นไงบ้างคนดี)

 

            “อ๋อ ดีขึ้นแล้วล่ะ เออฮัน ชั้นมีธุระนิดหน่อย คงยังไม่กลับบ้านเร็วๆนี้นะ”

 

            (อ่อ...อย่างนั้นเหรอ อืมๆไม่เป็นไร จะรอนะครับ)

 

            “จ้ะ แค่นี้นะ”

 

            (คร้าบบบ)

 

 

 

            มีธุระหรือติดไอ้ชีวอนมันนะ.....

 

 

 

 

... 

 

            ภายในบ้านของชีวอน หลังจากที่ทั้งสองทราบเรื่องเศร้าแล้วทั้งสองแทบไม่ได้คุยกันเลยเป็นเวลาหลายวัน ฮีชอลเดินทางไปยังอเมริกาเพื่อรับศพของคุณแม่มาทำพิธีที่เกาหลี ฮีชอลยังคงโศกเศร้าเสียใจรองไห้ทุกวันทุกคืนจนร่างกายอิดโรย ชีวอนเองแม้จะเป็นห่วงแต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้มากนักนอกจากจะทำกับข้าวให้กิน ส่วนฮันคยองเองก็งานรัดตัวจนไม่สามารถมาเยี่ยมเพื่อนกับคนรักได้เลย ทำให้จิตใจเขากระวนกระวายมาก

 

 

            กลางวันของวันหนึ่งขณะที่ฮีชอลออกไปทำธุระข้างนอก ชีวอนนั่งเหม่อลอยอยู่เพียงคนเดียวบนโซฟาสีอ่อนในบ้าน .... สมองที่ว่างเปล่าเพราะความเศร้าเริ่มถูกเติมด้วยความคิดและภาพความทรงจำเก่าๆ

 

 

 

            “ชีวอนลูก สร้อยเส้นนี้เป็นยังไงบ้าง สวยมากเลยใช่มั้ย”

 

            “สวยมากๆเลยครับคุณแม่ ของคุณแม่เหรอครับ”

 

            “ใช่ แม่สั่งทำกะจะให้เจ้าฮีชอลเป็นของขวัญวันเกิดน่ะ แต่แม่ว่ามันเหมือนของผู้หญิงมากไปหน่อย แม่ไม่กล้าให้เลย หลายปีมาแล้วล่ะ”

           

            “โถ่แม่ครับ แค่แม่เป็นคนให้ผมว่าฮีชอลต้องดีใจมากๆอยู่แล้วล่ะครับ”

 

            “อย่างนั้นเหรอ งั้นแม่ฝากชีวอนเอาไปให้ฮีชอลหน่อยได้มั้ยลูก”

 

            “เอางั้นเหรอครับแม่”

 

            “จ้า ฝากด้วยนะ อ้ะ”

 

 

 

            ..... “คุณแม่..”

 

 

 

            ชายหนุ่มสะบัดหัวให้ภาพเหล่านั้นหายออกไปก่อนที่เขาจะร้องไห้ เขารู้สึกเสียใจมาก ไม่มีแม้โอกาสพูดคำลา ไม่มีแม้อ้อมกอดสุดท้าย.. แต่ความเงียบก็พาลทำให้เขานึกถึงเรื่องเก่าๆอีกครั้ง..

 

 

 

            “เฮ้ยยยยยยยย สองคนนั้นอ่ะจะสวีตไปถึงไหนกันห๊ะ มาเล่นบาสกันเถอะ เร็วๆๆๆๆ”

 

            “ไม่เอาอ่ะชั้นเล่นไม่เป็น”

 

            “โถ่ฮีชอล ง่ายๆเองน่า มาๆเดี๋ยวชั้นสอนให้”

            “อย่าเลยชีวอน ฮีชอลไม่ค่อยสบายนะ”

 

            “งั้นนายก็มาเล่นเป็นเพื่อนชั้นหน่อยซี่ฮัน นั่งดูชั้นเฉยๆมันจะไปสนุกตรงไหนล่ะ”

           

            “เล่นไปก็แพ้น่า ชั้นแก่แล้วนะ ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆ”

 

            “โถ่ พวกนายนี่น่าเบื่อชิงชิงเลย เชอะๆ เล่นคนเดียวก็ได้วุ้ย”

 

            “โถ่ รุ่นน้องรุ่นพี่เล่นกับนายก็ออกจะเยอะนะ ทำมาเป็นงอน ฮ่าๆๆๆๆ”

 

            “นายไม่เป็นชั้นนายไม่รู้หรอกฮีชอล เล่นแต่กับคนเดิมๆแล้วก็ชนะทุกตามันก็น่าเบื่อเหมือนกันนา”

 

            “ใครมันจะไปเทพเหมือนมึงวะฮะไอ้หล่อ!” เสียงตะโกนแซวลอยมาจากกลางสนามพร้อมๆกับลูกบาสที่ลอยละลิ่วมากระแทกหัวน้อยๆของพ่อคนหล่อที่อวดเก่งเสียงดังอยู่ริมสนาม ทำเอาเจ้าตัวนั้นเจ็บไม่เบา

 

            “แพร่มอยู่นั่นแหละกลับมาเล่นได้แล้ว”

 

            “คร้าบบบรุ่นพี่ ไปก่อนนะ อย่าสวีตกันบ่อยนะเว้ยเห็นแล้วหมั่นไส้ ฮ่าๆๆๆๆ” ว่าแล้วก็ฟาดเพียะเบาๆเข้าที่หัวทุยๆของเพื่อนรักที่ชื่อฮันคยองก่อนจะวิ่งกลับไปเล่นบาสต่อกับรุ่นพี่

 

 

            ชั้นหมั่นไส้จริงๆนะ ทั้งหมั่นไส้ ทั้งอิจฉา.... เกลียด.....

 

           

            “เกลียด.....”

           

 

 

            “ชีวอน....”

 

 

            เสียงเรียกจากประตูหน้าบ้านทำเอาชีวอนสะดุ้